วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สรุปการปฏิบัติงานสัปดาห์ที่ 8

วันที่ 21 - 25 ธันวาคม 2552 ณ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กลุ่มระบบฐานข้อมูล(ศทส.)

สิ่งที่ได้รับจาการฝึกประสบการณ์ ได้เรียนรู้เทคนิคในการเขียนจดหมายราชการและความรู้ในการการพิมพ์รายงานการประชุมเพิ่มเติม ซึ่งต้องจัดพิมพ์ตามแบบฟอร์มที่มีอยู่ และต้องใช้คำที่เป็นทางการและเหมาะสม และได้เสนอความคิดเห็นในส่วนของการใช้ประโยคบางประโยคในจดหมายเพื่อให้ดูสอดคล้องกันและเข้าใจง่ายขึ้น ได้รู้วิธีการส่งไฟล์ขนาดใหญ่ด้วยการ FTP โดยจะต้องขอ Address server , username ,password จากบริษัทรับเหมาจัดทำเว็บเพื่อจะได้นำข้อมูลดังกล่าว up ในหน้าเว็บของกระทรวงฯ อีกทั้งได้สรุปส่วนของงานจ้างทำเว็บไซต์ทั้งตัวของรายงานและงานออกแบบเว็บไซต์ ซึ่งไม่สมบูรณ์ตามที่ตกลงกันไว้ใน TOR จึงต้องสรุปส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์นั้นให้แก่บริษัทและทางคณะกรรมการตรวจรับเว็บไซต์โดยมีพี่ผู้ดูแลการฝึกตรวจงานที่สรุปมาอีกครั้ง อีกทั้งยังได้ความรู้ด้านเครือข่ายจากบางจังหวัดซึ่งแจ้งเข้ามาในส่วนของอินเตอร์เน็ตใช้งานไม่ได้ โดยทำการเช็ค IP router ก่อนหากหาเจอ ก็เช็คส่วนอื่นต่อไป เช่น Ping Switch ฯลฯ

ปัญหา เนื่องจากส่วนงานของเว็บไซต์นั้นยังไม่สมบูรณ์ทั้งตัวรายงานเองและส่วนของระบบ ทำให้เว็บไซต์ของกระทรวงฯนั้นมีปัญหาเกิดขึ้นหลายด้าน เช่น ลิงก์เสีย ข้อมูลบางส่วนหายไป ตัวรายงานที่ส่งมานั้นไม่สมบูรณ์ตาม TOR


วิธีแก้ปัญหา สรุปงานที่ไม่สมบูรณ์ทั้งส่วนของรายงานและตัวระบบให้ผู้ดูแลทราบ จึงจัดประชุมเพื่อแจ้งให้ทางบริษัทรับเหมาฯและคณะกรรมการทราบงานที่ต้องแก้ไข และชี้แจงให้บริษัทรับเหมาฯทราบโดยให้ทำตาม TOR ให้สมบูรณ์ก่อน เนื่องจากใกล้จะครบกำหนดการส่งงาน

วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สรุปการปฏิบัติงานสัปดาห์ที่ 7

วันที่ 14 - 18 ธันวาคม 2552 ณ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กลุ่มระบบฐานข้อมูล(ศทส.)

สิ่งที่ได้รับจาการฝึกประสบการณ์ มีความรู้ในส่วนของระบบงานของกระทรวงฯซึ่งต้องแบ่งเป็น 2 ส่วนนั้นคือส่วนของงานออกแบบเว็บไซต์ และอีกส่วนคืองานพัฒนาเว็บไซต์หลักของกระทรวงฯ ซึ่งในส่วนของงานออกแบบนั้นต้องให้ผู้รับเหมาของบริษัทจัดส่งเป็นรูปแบบรายงานให้ถูกต้องตามแบบฟอร์มที่เป็นทางการและมีประโยชน์ต่องานส่วนราชการ ซึ่งรูปแบบรายงานที่ทางราชการต้องการนั้นได้มีในการเรียน จึงทำให้เข้าใจง่ายขึ้นในองค์ประกอบต่าง ๆ ของรายงาน อีกทั้งได้ความรู้ของการติดต่อกับเครือข่ายและฐานข้อมูลของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดต่าง ๆ รวมทั้งได้เรียนรู้งานส่วนของการรับเอกสารเข้าในระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ได้ทดลองเช็ค user และ password ของหน่วยงานที่ใช้การไม่ได้เพื่อจะได้ทราบปัญหาที่เกิดขึ้น

ปัญหา เนื่องจากระบบงานเว็บไซต์ของกระทรวงฯที่ร่างไว้ใน TOR นั้นมีความซับซ้อนและขัดแย้งกันในบางส่วนจึงทำให้ไม่เข้าใจและไม่สามารถเช็คข้อมูลตาม TOR ได้ครบด้วยตนเอง

วิธีแก้ปัญหา นำสิ่งที่ไม่เข้าใจถามพี่ผู้ดูแลการฝึกซึ่งทางผู้ดูแลทราบก็ได้ชี้แจงถึงระบบงานดังกล่าวทำให้เข้าใจและสามารถตรวจและสรุปงานที่ทางบริษัทยังไม่ได้ดำเนินและส่งมอบงานให้กระทรวงฯได้

วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สรุปการปฏิบัติงานสัปดาห์ที่ 6

วันที่ 7 - 11 ธค. 2552 ณ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กลุ่มระบบฐานข้อมูล(ศทส.)

สิ่งที่ได้รับจาการฝึกประสบการณ์ ได้รับความรู้ในเรื่องของการทำงานของระบบสารบรรณ ได้ทราบวิธีการรับเอกสารเข้าและการทดสอบส่งเอกสารให้ผู้ใช้ที่แจ้งปัญหามา เช่น บางคนส่งเอกสารไม่ได้ เราเองต้องเข้าไปเช็คให้เขาและลอง Test ส่งในรูปแบบหลาย ๆ อย่างทั้งแนบไฟล์รูป และไม่แนบไฟล์ เพื่อทดสอบว่าใช้งานได้จริงหรือไม่ รวมทั้งได้ความรู้ของ DB และรู้จักวิธีการสร้างรวมทั้งกำหนดสิทธิ์ ให้ผู้ใช้สามารถเข้ามาปรับปรุงแก้ไขข้อมูลได้ด้วยตัวเองเฉพาะสิทธิ์ที่เรากำหนดให้เท่านั้น อีกทั้งยังได้ความรู้ของโปรแกรมรีโมทซึ่งพี่ ๆ จะสอนวิธีการเปลี่ยนรหัสผ่านให้กับหน่วยงานที่เราต้องการเปลี่ยนให้ใหม่ เมื่อเขาแจ้งเข้ามา และยังทำให้ตัวเราเองมีความกระตือรือร้นอยู่เสมอ เนื่องจากส่วนใหญ่นั้นที่เราเรียนมานั้นยังน้อยมากสำหรับการใช้ในที่ฝึกงานนั้น เพราะยังมีหลายระบบงานที่เราเองไม่ทราบจึงต้องหมั่นถามพี่ ๆ และหาความรู้ให้ตัวเองบ่อย ๆ

ปัญหา เนื่องจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ปฏิบัติงานนั้นเสียบ่อย จึงทำให้การทำงานบางส่วนล่าช้า
วิธีการแก้ปัญหา แจ้งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายบำรุงซ่อมแซมทราบ เพื่อจะได้ซ่อมได้ตรงจุด

วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สรุปการปฏิบัติงานสัปดาห์ที่ 5

วันที่ 30 พย.- 4 ธค. 2552 ณ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กลุ่มระบบฐานข้อมูล(ศทส.)

สิ่งที่ได้รับจากการฝึกประสบการณ์ ได้เรียนรู้ที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ได้รู้ระบบการทำงาน และได้รู้หลักในการร่างหนังสือขอความร่วมมือตอบแบบสอบถาม ว่ามีหลักการเขียนอย่างไรบ้างซึ่งตอนแรกนั้นพี่ ๆ จะให้ทำเองไปก่อนแล้วเขาจะอธิบายให้ ว่าแต่ละส่วนนั้นต้องกล่าวถึงเรื่องใดบ้าง และได้เรียนรู้การทำงานของระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์

ปัญหา ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรในเรื่องของการร่างหนังสือขอความร่วมมือตอบแบบสอบถาม เพราะเป็นของราชการ
วิธีแก้ปัญหา หาข้อมูลเพื่อดูฟอร์มการร่าง เมื่อเสร็จก็ส่งให้พี่ผู้ดูแลเขาจะสอนว่าส่วนไหนเริ่มยังไง กล่าวถึงอะไร ทำให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

สรุปการปฏิบัติงานสัปดาห์ที่ 4

วันที่ 23-27 พฤศจิกายน 2552 ณ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กลุ่มระบบฐานข้อมูล(ศทส.)

สิ่งที่ได้รับจากการฝึกประสบการณ์ ความรู้ที่ได้จากการฝึกงานนี้มีไม่สิ้นสุดจริงๆ อาทิตย์นี้ค่อนข้างเน้นในเรื่องของฐานข้อมูล คือ พี่ ๆ สอนวิธีการเช็คว่าข้อมูลส่วนนั้นเดิมแล้วอยู่ตรงไหน และสอนวิธีการอัพลงให้ข้อมูลกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม ฟังแล้ว งง มาก ๆ เพราะมีหลายขั้นที่ต้องใส่รหัสผ่าน ก็นะฐานข้อมูลก็ต้องมีการตั้งความปลอดภัยไว้สูงอยู่แล้ว และในส่วนของงานที่เว็บไซต์ของกระทรวงนั้นก็ต้องคอยตรวจสอบ link ให้ใช้งานได้ไม่ติดขัด เพราะเป็นศูนย์กลางของหน่วยงานอื่น ๆ อีกหลายหน่วยงาน ทำให้ต้องคอยตรวจสอบเว็บไซต์ตลอด อีกทั้งได้เข้าฟังการประชุมครั้งที่ 2 สืบเนื่องจากเรื่องเดิมนั้น ทำให้เข้าในระบบการทำงานของ Virseaul และ 3D มากยิ่งขึ้น

ปัญหา เนื่องจากไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะประชุม ทำให้ข้อมูลบางส่วนที่ตัวแทนแต่ละหน่วยงานถามมานั้น ไม่สามารถตอบเองได้ในทันที


วิธีแก้ไขปัญหา เมื่อพี่ผู้เสนอเรื่องเข้าประชุม เข้ามา ก็แจ้งให้พี่ทราบเพื่อจะได้ชี้แจงส่วนที่หน่วยงานถามมาเอง เพื่อความชัดเจนและถูกต้องที่สุด

วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

สรุปการปฏิบัติงานสัปดาห์ที่ 3

วันที่ 16-20 พฤศจิกายน 2552 ณ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กลุ่มระบบฐานข้อมูล(ศทส.)

สิ่งที่ได้รับจากการฝึกประสบการณ์สัปดาห์นี้นั่งตรวจเว็บไซต์กระทรวงฯ และส่งไฟล์ชี้แจงในส่วนที่ต้องแก้ให้กับบริษัทรับเหมาซึ่งรับผิดชอบส่วนนี้ ได้แสดงความคิดเห็นในส่วนของเว็บโดยรวม และข้อผิดพลาดต่าง ๆ ซึ่งทำให้เราต้องคอยศึกษาและอัพเดทเรื่องเหล่านี้เพิ่มเติมอยู่เสมอ รวมทั้งเช็คเว็บไซต์สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพื่อถามที่อยู่เว็บไซต์ในส่วนของศูนย์กลางข้อมูลวัฒนธรรมจังหวัดนั้นๆ พร้อมตรวจสอบว่าสามารถ link ไปได้และมีข้อมูลอยู่จริงหรือไม่ เพื่อสรุปผลให้ ผอ.ศูนย์ฯ ทำให้เข้าใจระบบงานมากขึ้นและต้องกระตุ้นตัวเองที่จะตามงานเพื่อให้มีคำตอบเมื่อเขาถาม ได้ใช้ทักษะด้านการฟังคือถอดเทปการประชุมและพิมพ์ให้ ผอ.กลุ่ม ซึ่งจะได้รู้ว่ามีอุปสรรคเรื่องไหนบ้างขณะอัดเทปไว้ จะได้ปรับปรุงไม่ให้เกิดปัญหาส่วนนี้อีกในการประชุมครั้งต่อไป อาทิตย์โดยภาพรวมจะค่อนข้างประสานงานกับหลาย ๆ ฝ่ายและต้องรู้ระบบรู้เวลาของแต่ละสถานที่รวมทั้งต้องรู้ในเรื่องที่จะประชุมครั้งนี้เพราะเกี่ยวกับกลุ่มที่ฝึกโดยตรง คือสามารถตอบได้เมื่อมีหน่วยงานภายในสังกัดโทรติดต่อสอบถามแต่หากไม่ได้จริง ๆ ก็จะรับเรื่องไว้และบอกให้พี่ผู้รับเรื่องทราบทันทีเพื่อจะประสานงานเองต่อ


ปัญหา ปัญหาเกิดทุกครั้งเมื่อถ่ายเอกสารเอง เพราะเครื่องชอบค้าง ๆ ทำให้ช้ามาก ๆ อีกเรื่องคือตอนฟังเทปการประชุม ฟังไม่รู้เรื่องเลยเพราะว่าคณะทำงานผู้เข้าร่วมการประชุมไม่เปิดไมโครโฟน ซึ่งทำให้เสียงไม่ชัดเจน บางท่านเสียงเบามาก ๆ และบวกกับไม่เปิดไมโครโฟนด้วยทำให้ต้องฟังหลายๆ รอบทำให้เสียเวลา

การแก้ปัญหาในส่วนของเครื่องถ่ายเอกสารก็ต้องเปิดออกมาดูว่ามีกระดาษติดอยู่หรือไม่ ถ้าไม่ก็เปิดดูเพราะเครื่องไม่ค่อยจะดีอยู่แล้ว ส่วนเรื่องของการถอดเทปนั้น ดีที่ได้เข้าฟังการประชุมด้วยแม้ว่าจะเป็นบางช่วงก็ตาม จึงพอจะจับใจความได้และอาศัยฟังซ้ำ ๆ ในที่ ๆ เงียบ ๆ ทำให้เข้าใจความหมายส่วนนั้นได้

วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

สรุปการปฏิบัติงานสัปดาห์ที่ 2

วันที่ 9-13 พฤศจิกายน 2552 ณ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กลุ่มระบบฐานข้อมูล(ศทส.)

สิ่งที่ได้รับจากการฝึกประสบการณ์ ได้นำความรู้ที่เรียนมาประยุกต์ใช้งาน เช่น จดหมายวาระการประชุม ได้เรียนรู้ในการใช้เครื่องมือ-อุปกรณ์ต่าง ๆ คือ เครื่องสแกน เครื่องถ่ายเอกสาร โทรศัพท์ และได้ประสานงานกับหน่วยงานภายในกระทรวงฯทำให้ทราบถึงขั้นตอนว่าต้องประสานใครก่อน และตอบปัญหาในบางส่วนที่ทำให้ใช้เวปกระทรวงไม่ได้ รวมทั้งเช็คฐานข้อมูลของจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งแจ้งเรื่องมาให้ดูชื่อตารางและส่วนต่าง ๆ ว่าใช้งานได้หรือไม่ อีกทั้งคอยประสานงานกับทางบริษัทในส่วนของเว็ปกระทรวงส่วนไหนใช้งานไม่ได้และเพิ่มเติมข้อมูลส่วนไหนโดยโทรติดต่องานกับบริษัทบ่อย ๆ ทำให้เกิดความสัมพันที่ดีในการประสานงานทั้งองค์กรภายในและภายนอก

ปัญหา ก็คือไม่สามารถแก้ไขฐานข้อมูลของจังหวัดมหาสารคามเองได้ เพราะเสี่ยงหากกดผิดไปอาจเสียหาย จึงบอกรายละเอียดในส่วนที่เช็คไปให้แก่ผู้ดูแลการฝึก อีกปัญหาคือทางบริษัทแจ้งไว้ว่าจะให้คนมารับดีวีดีเพื่อนำข้อมูลลงเว็บไซต์ แต่ไม่ติดต่อกลับมาทำให้เกิดความล่าช้าเพราะเป็นงานด่วน


การแก้ปัญหา ติดต่อกลับไปบริษัทเช็คว่าจะให้คนมารับดีวีดีกี่โมง แต่แล้วก็ต้องไปส่งเองที่ไปรษณีย์เพราะเลยเวลาทำการของกลุ่มอำนวยการแล้ว

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

สรุปการปฏิบัติงานสัปดาห์ที่ 1

วันที่ 2-6 พฤศจิกายน 2552 ณ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กลุ่มระบบฐานข้อมูล(ศทส.)


สิ่งที่ได้รับจากการฝึกประสบการณ์ ได้รับความรู้เพิ่มขึ้นเพราะการมาฝึกงานที่ศูนย์นี้ แม้ว่าจะเกี่ยวข้องกับแขนงที่เรียน แต่มีหลายสิ่งที่ไม่มีในการเรียน ได้เห็นระบบการทำงานของหน่วยงานจริง ๆ ได้ใช้โปรแกรมต่าง ๆ ที่ไม่เคยใช้มาก่อน เช่น Ws_FTP และ Edit Plus (ใช้แก้ไข code)ทำการ up link สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดต่าง ๆ พร้อมทั้งยังได้เรียนรู้การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น Admin ในบางจังหวัดลืมรหัสผ่าน ก็จะโทรมาแจ้งทางศูนย์เทคโนฯ พี่ผู้คุมการฝึกประสบการณ์ก็ได้ให้ความรู้ในเรื่องของ Database โดยดู code php ในส่วนที่มีปัญหา สอนวิธีการแก้ไขและตรวจสอบว่าแก้ไขแล้วใช้งานได้จริงหรือไม่ วิธีการต่าง ๆ ทำให้ได้ความรู้และเข้าใจกระบวนการมากขึ้น นอกจากนี้ได้ทดลองใช้โปรแกรม SnagIT 7 เป็นโปรแกรม capture ข้อมูลจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำการ capture ทั้งหน้า web เพื่อให้เห็นรายละเอียดทั้งหมดของหน้า web เพื่อ print ออกมาเป็น paper เพื่อยื่นให้อีกฝ่าย นอกจากนี้ยังได้ประสานงานกับทางบริษัทผู้รับเหมาปรับปรุงและพัฒนาระบบของกระทรวงฯ เพื่อจะได้ทำการเช็คข้อมูลในส่วนที่บริษัทต้องดำเนินการให้กระทรวงฯ และเพื่อตรวจสอบข้อมูลว่าได้ดำเนินการตามที่ตกลงกันไว้หรือไม่ และต้องหมั่นติดต่อกับบริษัทไว้ตลอด เพราะผู้อำนวยการศูนย์เทคโนฯ จะถามอยู่เรื่อย ๆ นอกจากความรู้ยังได้ทำให้รู้จักรับผิดชอบสูงขึ้น ตรงต่อเวลา อีกทั้งการแต่งกาย การวางตัว รวมไปถึงกิริยามารยาทต้องปรับให้เข้ากับหน่วยงานที่ไปฝึกประสบการณ์

ปัญหา อุปกรณ์บางอย่างไม่เคยใช้ เช่น เครื่องสแกน เครื่องถ่ายเอกสาร รวมไปถึงโปรแกรมอีกหลายโปรแกรมที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน จึงทำให้การทำงานล่าช้าเพราะต้องเรียนรู้การใช้งานในส่วนนั้น ๆ และการสั่งงานไม่ชัดเจนเพราะไม่ได้สั่งโดยตรง ฝากพี่อีกฝ่ายมาทำให้เกิดความสงสัยว่าต้องการส่วนใด อะไร ยังไง เสร็จแล้วให้ใคร(หรือว่าเราเจ้าปัญหา!!555+)

การแก้ปัญหา ส่วนใหญ่จะถามพี่ผู้ดูแลประสบการณ์ พี่ ๆ จะสอนงานเรา หรือค้นคว้าข้อมูลทาง internet ในเรื่องของการปรับตัวก็หมั่นคุยกับพี่ ๆ จะได้ไม่เกร็งและทำให้บรรยากาศในการทำงานดีขึ้น อาจจะมีโทรถามในส่วนที่ไม่เข้าใจ

วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2552

ฮาร์ดดิสก์ทำงานอย่างไร


ฮาร์ดดิสก์ที่มีกลไกแบบปัจจุบันถูกประดิษฐ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2499 (1956) โดยนักประดิษฐ์ยุคบุกเบิกแห่งบริษัทไอบีเอ็ม เรย์โนล์ด จอห์นสัน ซึ่งในขณะนั้น ฮาร์ดดิสก์มีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 20 นิ้ว มีความจุเพียงระดับเมกะไบต์เท่านั้น «โดยใช้หน่วยการเปรียบเทียบเป็น บระดับจิกะไบต์ในปัจจุบัน ซึ่ง 1,024MB = 1GB» ในตอนแรกใช้ชื่อเรียกว่า 'ฟิกส์ดิสก์ fixed disk หรือจานบันทึกที่ติดอยู่กับที่ ในบริษัท IBM เรียกว่า วินเชสเตอร์ส Winchesters
ต่อมาภายหลังจึงเรียกว่า ฮาร์ดดิสก์ จานบันทึกแบบแข็ง เพื่อจำแนกประเภทออกจาก ฟลอปปี้ดิสก์ จานบันทึกแบบอ่อน
ตั้งแต่เข้าสู่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 21 เป็นต้นมา ฮาร์ดดิสก์สามารถพบได้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ไม่เฉพาะภายในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ อีกด้วย เช่น เครื่องเล่นเอ็มพีทรี, เครื่องบันทึกภาพดิจิทัล, กล้องถ่ายรูป, คอมพิวเตอร์ขนาดพกพา PDA จนกระทั่งภายใน โทรศัพท์มือถือ บางรุ่นตั้งแต่ภายในปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมาเช่นยี่ห้อ (โนเกีย และ ซัมซุง สองบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายแรกที่จำหน่ายโทรศัพท์มือถือที่มีฮาร์ดดิสก์

หลักการทำงานของฮาร์ดดิสก์
- หลักการบันทึกข้อมูลลงบนฮาร์ดดิสก์ไม่ได้แตกต่างจากการบันทึกลงบนเทปคาสเซ็ทเลย เพราะทั้งคู่ต้องใช้สารบันทึกคือสารแม่เหล็กเหมือนกัน สารแม่เหล็กนี้สามารถลบหรือเขียนได้ใหม่อยู่ตลอดเวลา โดยเมื่อบันทึกหรือเขียนไปแล้ว มันสามารถจำรูปแบบเดิมได้เป็นเวลาหลายปี ความแตกต่างระหว่างเทปคาสเซ็ทกับฮาร์ดดิสก์มีดังนี้
- สารแม่เหล็กในเทปคาสเซ็ท ถูกเคลือบอยู่บนแผ่นพลาสติกขนาดเล็ก เป็นแถบยาว แต่ในฮาร์ดดิสก์ สารแม่เหล็กนี้ จะถูกเคลือบอยู่บนแผ่นแก้ว หรือแผ่นอะลูมิเนียมที่มีความเรียบมากจนเหมือนกับกระจก
- สำหรับเทปคาสเซ็ท ถ้าคุณต้องการเข้าถึงข้อมูลในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ก็จะต้องเลื่อนแผ่นเทปไปที่หัวอ่าน โดยการกรอเทป ซึ่งต้องใช้เวลาหลายนาที ถ้าเทปมีความยาวมาก แต่สำหรับฮาร์ดดิสก์ หัวอ่านสามารถเคลื่อนตัวไปหาตำแหน่งที่ต้องการในเกือบจะทันที
- แผ่นเทปจะเคลื่อนที่ผ่านหัวอ่านเทปด้วยความเร็ว 2 นิ้วต่อวินาที (5.08 เซนติเมตรต่อวินาที) แต่สำหรับหัวอ่านของฮาร์ดดิสก์ จะวิ่งอยู่บนแผ่นบันทึกข้อมูล ที่ความเร็วในการหมุนถึง 3000 นิ้วต่อวินาที (ประมาณ 170 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)
- ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์เก็บอยู่ในรูปของโดเมนแม่เหล็ก ที่มีขนาดเล็กมากๆ เมื่อเทียบกับโดเมนของเทปแม่เหล็ก ขนาดของโดเมนนี้ยิ่งมีขนาดเล็กเท่าไร ความจุของฮาร์ดดิสก์จะยิ่งมีขนาดเพิ่มขึ้นเท่านั้น และสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ในเวลาสั้น
- เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะปัจจุบันจะมีความจุของฮาร์ดดิสก์ประมาณ 60 ถึง 200 จิกะไบต์ ข้อมูลที่เก็บลงในฮาร์ดดิสก์ เก็บอยู่ในรูปของไฟล์ ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลที่เรียกว่า ไบต์ : ไบต์คือรหัส แอสกี้ ที่แสดงออกไปตัวอักษร รูปภาพ วีดีโอ และเสียง โดยที่ไบต์จำนวนมากมาย รวมกันเป็นคำสั่ง หรือโปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ มีหัวอ่านของฮาร์ดดิสก์อ่านข้อมูลเหล่านี้ และนำข้อมูลออกมา ผ่านไปยังตัวประมวลผล เพื่อคำนวณและแปรผลต่อไป
- เราสามารถคิดประสิทธิภาพของฮาร์ดดิสก์ได้ 2 ทางคือ
- อัตราการไหลของข้อมูล (Data rate) คือจำนวนไบต์ต่อวินาที ที่หัวอ่านของฮาร์ดดิสก์สามารถจะส่งไปให้กับซีพียูหรือตัวประมวลผล ซึ่งปกติมีอัตราประมาณ 5 ถึง 40 เมกะไบต์ต่อวินาที
- เวลาค้นหา (Seek time) เวลาที่ข้อมูลถูกส่งไปให้กับซีพียู โดยปกติประมาณ 10 ถึง 20 มิลลิวินาที

การเก็บข้อมูล
ข้อมูลที่เก็บลงในฮาร์ดดิสก์จะอยู่บนเซกเตอร์และแทร็ก แทร็กเป็นรูปวงกลม ส่วนเซกเตอร์เป็นเสี้ยวหนึ่งของวงกลม อยู่ภายในแทร็ก ภายในเซกเตอร์จะมีจำนวนไบต์คงที่ ยกตัวอย่างเช่น 256 ถึง 512 ขึ้นอยู่กับว่าระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์จะจัดการแบ่งในลักษณะใด เซกเตอร์หลายๆ เซกเตอร์รวมกันเรียกว่า คลัสเตอร์ (Clusters) ขั้นตอน ฟอร์แมต ที่เรียกว่า การฟอร์แมตระดับต่ำ (Low -level format ) เป็นการสร้างแทร็กและเซกเตอร์ใหม่ ส่วนการฟอร์แมตระดับสูง (High-level format) ไม่ได้ไปยุ่งกับแทร็กหรือเซกเตอร์ แต่เป็นการเขียน FAT ซึ่งเป็นการเตรียมดิสก์เพื่อที่เก็บข้อมูลเท่านั้น

ความจุของฮาร์ดดิสก์โดยทั่วไปในปัจจุบันนั้นมีตั้งแต่ 20 จิกะไบต์ ถึง 1.5 เทระไบต์ ยิ่งมีความจุมาก ก็จะยิ่งทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยความต้องการของตลาดในปัจจุบันที่ต้องการแหล่งเก็บข้อมูลที่มีความจุในปริมาณมาก มีความน่าเชื่อถือในด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และไม่จำเป็นต้องต่อเข้ากับอุปกรณ์ที่ใหญ่กว่าอันใดอันหนึ่งได้นำไปสู่ฮาร์ดดิสก์รูปแบบใหม่ต่างๆ เช่นกลุ่มจานบันทึกข้อมูลอิสระประกอบจำนวนมากที่เรียกว่าเทคโนโลยี RAID รวมไปถึงฮาร์ดดิสก์ที่มีลักษณะเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่าย เพื่อที่ผู้ใช้จะได้สามารถเข้าถึงข้อมูลในปริมาณมากได้ เช่นฮาร์ดแวร์ NAS network attached storage เป็นการนำฮาร์ดดิสก์มาทำเป็นเครื่อข่ายส่วนตัว และระบบ SAN storage area network เป็นการนำฮาร์ดดิสก์มาเป็นพื้นที่ส่วนกลางในการเก็บข้อมูล






วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

กินผลกีวีทำให้นอนหลับสบาย


จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยการแพทย์ไต้หวัน พบว่า การกินกีวีเพียง 2 ผลก่อนเข้านอนสัก 1 ชั่วโมงจะช่วยให้นอนหลับดีขึ้นมากถึงร้อยละ 40
ศาสตราจารย์เจิ้นฟาง หลูแห่งสถาบันโภชนาการและวิทยาศาสตร์สุขภาพของมหาวิทยาลัยการแพทย์ไต้หวันศึกษารูปแบบการนอนหลับในกลุ่มตัวอย่าง 29 คน ที่ได้รับการวินิจฉัยว่า นอนหลับยากนานกว่า
4 สัปดาห์และพบว่าอาหารที่มีผลกีวีช่วยลดช่วงเวลาที่แต่ละคนจะผล็อยหลับหลังเข้านอนลงโดยเฉลี่ยถึงร้อยละ 38.7 ผู้ร่วมการทดลองยังบอกอีกด้วยว่า ตื่นขึ้นน้อยลงระหว่างนอนตอนกลางคืนและคำแนะนำสำหรับผู้ไม่ถนัดปอกเปลือกกีวี คือ ให้ผ่าครึ่งแล้วใช้ช้อนตักกินเนื้อข้างใน ถ้านอนหลับยาก ก็ลองทานผลกีวีกันดู
จะได้ช่วยให้หลับสบายมากขึ้นนะค๊ะ...

วันพุธที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2551

เตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพบริหารธุรกิจ

วิชาเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพบริหารธุรกิจนี้เป็นวิชาที่นักศึกษาทุกคนต้องผ่าน ไม่เช่นนั้นก็จะไม่จบหลักสูตร ได้ยินมาจากที่รุ่นพี่พูดให้ฟังก็ไม่ได้หวาดเสียวอะไรเลย มิหนำซ้ำยังคิดว่าคงไม่มีอะไรหนักหนาหรือมีกฏเกณฑ์อะไรมากมาย พวกเราสามารถผ่านวิชานี้ไปได้อย่างแน่นอน(พูดกันในกลุ่มด้วยความมั่นใจสุด ๆ เลย) แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเลย...

วันแรกของการเรียนวิชาเตรียมฝึกก็เจอกฎแรก คือ ต้องแต่งกายถูกระเบียบ วันนี้เป็นเรื่องของรองเท้าก่อนต้องเป็นสีดำ ชั่งเป็นโชคดีของเราเหลือเกินเพราะวันนั้นเราใส่ถูกระเบียบพอดีเลย วันแรกนี้ก็มีการแนะนำอาจารย์ที่สอนวิชานี้และอาจารย์ที่ปรึกษาของแต่ละห้อง และแล้วห้องของเราก็เจอแจ๊กพ็อตเพราะห้องเราได้มีอาจารย์ปรมัตถ์ปัญปรัชญ์ ต้องประสงค์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา รุ่นพี่ปีสี่เฮฮากันใหญ่ พวกเราก็งงกันเหลือเกินว่าทำไมต้องเฮฮาและดีใจกับพวกเราขนาดนี้ และแล้วความมีระเบียบก็เกิดขึ้นภายในห้องแห่งนี้เมื่ออาจารย์สั่งให้ทุกคนมาจัดแถว เสร็จแล้วอาจารย์ก็จะมาเดินตรวจรองเท้าของนักศึกษาแต่ละคน ซึ่งก็มีหลายคนเหมือนกันที่ผิดระเบียบ ต้องโดนแยกไปตั้งแถวใหม่ จากนั้นก็เลือกพี่รหัสกันแต่ละคนจะมีพี่รหัสประจำตัว เพื่อที่จะไว้คอยช่วยเหลือเราและคอยแนะนำให้คำปรึกษารุ่นน้องเมื่อมีข้อสงสัย ต่อมาอาจารย์ก็บอกนักศึกษาทุกคนถึงกฎระเบียบของการแต่งกาย คือ กระโปรงต้องห้ามใส่ที่สะโพก และห้ามสั้น(สรุปคือให้ใส่ประมาณหัวเข่า) และรองเท้าก็ต้องถูกระเบียบ หากมีใครทำไม่ได้ก็จะไม่ให้เข้าเรียนวิชานี้ วันนี้ถือเป็นครั้งแรกของการสอนจึงอนุโลมให้ไปก่อน(โล่งใจ)

การเรียนวิชาเตรียมฝึกนั้นจะต้องทำโครงการ ซึ่งต้องเป็นโครงการที่สอดคล้องประเด็นยุทธ์ศาสตร์ชาติและสอดคล้องกลยุทธ์ของมหาวิทยาลัย กลุ่มของเราก็แก้ชื่อโครงการและเนื้อหากันหลายครั้งเหลือเกิน กว่าจะได้ชื่อและเนื้อหาที่ดูดีและลงตัวก็ใช้เวลาไปหลายสัปดาห์และแก้กันไปหลายรอบเหมือนกันและแล้วก็ได้โครงการที่จะทำกันในกลุ่ม คือ โครงการแนะนำการใช้โปรแกรมฝึกทักษะทางคณิตศาสตร์ในระดับประถมศึกษาสู่เด็กผู้ด้อยโอกาสในชุมชนวัดโพธินิมิต แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร (ชื่อโครงการยาวเหลือเกินเกือบจะจำไม่ได้) การเรียนวิชาเตรียมฝึกได้มีการเรียนการสอนที่ตั้งฮั่วเส็ง ซึ่งพวกเราก็ต้องเร่งรีบไปให้ตรงเวลา เพราะก่อนเข้าเรียนนั้นต้องเช็คชื่อและตรวจการแต่งกายตั้งแต่ทรงผมใครผมยาวก็ต้องรวบผมไว้ให้เรียบร้อย เสื้อที่ใส่ก็ต้องใส่สบายไม่ฟิต กระโปรงที่ใส่ก็ต้องไม่เอวต่ำและต้องยาวก่อนจะถึงหัวเข่าประมาณหนึ่งฝ่ามือและรองเท้าต้องเป็นสีดำเท่านั้น เป็นเรื่องที่ไม่ยากเลยในการเรียนวิชาเตรียมฝึก ถึงแม้จะมีบางเรื่องที่อึดอัดไม่อยากทำแต่เมื่อทำไปแล้วก็ส่งผลดีมากกว่าจึงถือเป็นประสบการณ์ที่ดีอีกอย่างหนึ่ง ในการเรียนการสอนก็จะมีอาจารย์ของแขนงต่าง ๆ บรรยายให้ความรู้โดยที่นักศึกษาต้องสรุปส่งท้ายคาบเรียนทุกครั้ง เมื่อบรรยายจบก็มักจะสั่งงานหรือการบ้านตามมาเสมอ(ซึ่งการบ้านมากมายเหลือเกิน) ก่อนจะเลิกเรียนก็มีการเช็คชื่อกับอาจารย์อีกครั้งการเรียนวิชาเตรียมฝึกจะมีการแสดงนิทรรศการของแต่ละแขนง ซึ่งแขนงคอมพิวเตอร์ธุรกิจก็ได้มีการให้แต่ละกลุ่มนำเสนอโครงการของตนในวันงานด้วย ซึ่งจะเลือกเอาโครงการที่สอดคล้องกับยุทธ์ศาสตร์และตรงประเด็นที่สุดจะให้นำเสนอบนเวทีด้วย ซึ่งกลุ่มของพวกเราก็โชคดีที่ได้รับโอกาสนั้น (แอบดีใจ) ทุกคนในกลุ่มเต็มที่กับโครงการเป็นอย่างมาก เมื่อปฏิบัติงานเสร็จก็เริ่มแบ่งกันทำงานทั้งจัดบอร์ด ตัดต่อวีดีโอ แบ่งงานกันลงตัวก็พร้อมที่จะนำเสนอผลงานทันที เมื่อวันจัดนิทรรศการมาถึงทุกคนต่าง ๆ ตื่นเต้นเป็นพิเศษ หลายกลุ่มนำผลงานมาจัดแสดงกันเต็มที่ และมีการตกแต่งสุ้มของแต่ละโครงการดูสวยงาม และดูดีมากขึ้นทีเดียว เมื่อบนเวทีเสนอผลงานจนครบแล้วก็ให้นักศึกษาแขนงอื่น ๆ มาชมผลงานของแต่ละโครงการและทำแบบประเมินหลายโครงการได้รับความสนใจมาก อาจารย์เองก็จะมาประเมินโครงการของแต่ละกลุ่มด้วยซึ่งแต่ละกลุ่มต้องนำเสนอสั้น ๆ ให้อาจารย์ฟัง คอยตอบคำถามอาจารย์ด้วย สรุปคืองานเสร็จประมาณหกโมงครึ่ง เสร็จงานทุกคนต่างโล่งใจ เพราะทุกคนย่อมทุ่มเทกับโครงการของตัวเองเป็นที่สุด อาทิตย์ต่อมาก็จะเป็นของแต่ละแขนงว่าจะให้ความรู้กับนักศึกษาอย่างไร

จบจากเรื่องโครงการของแต่ละแขนงไปแล้วก็มีงานที่อาจารย์สั่งให้ทำและส่งตามมาอีกมากมายที่ต้องทำให้เสร็จ อาทิตย์ที่จะส่งงานเป็นอาทิตย์ที่วุ่นวายที่สุด เพราะมีงานค้างที่ยังไม่ได้ทำเยอะจริง ๆ ทุกคนเต็มที่อีกครั้ง สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ตัดสินก็ว่าได้ เพราะหากใครไม่มีงานส่งก็อาจจะไม่ผ่านวิชานี้ก็ได้ เมื่อทำงานส่งอาจารย์ครบทุกอย่าง ก็รู้สึกโล่งใจสบายปอดจริง ๆ

การเรียนวิชานี้ไม่ได้ให้ความรู้เพียงอย่างเดียว ยังสอนให้เรารู้จักกฎ ระเบียบ วินัย ที่ทุกคนควรจะมีต่อสถานที่ สถาบัน และตัวเองรวมถึงคนรอบข้างอีกด้วย สอนให้เป็นคนตรงต่อเวลา กล้าคิดกล้าแสดงออกและนำเสนอในสิ่งที่ดี ทำให้การชีวิตแบบไร้สาระไปวัน ๆ ต้องหันมาเริ่มจริงจังกับชีวิตและพร้อมที่จะเป็นผู้ใหญ่ขึ้นด้วย อีกทั้งยังสอนให้มีเหตุผลในการกระทำและมีกระบวนการคิดในระยะยาว วิชานี้สอนให้นักศึกษาพร้อมที่จะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากวิชานี้ไปประยุกต์ใช้ในสังคมและการทำงานในอนาคตได้

กินข้าว ทำให้อ้วนจริงหรือ



สมัยนี้หญิงสาวจำนวนไม่น้อยหันมาสนใจดูแลเรื่องการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น โดยเฉพาะอาหารที่มีแคลอรีและไขมันต่ำ เพื่อรักษารูปร่างและควบคุมน้ำหนัก ดังนั้นหากใครมีสูตรอาหารที่ลองทานแล้วได้ผล ก็มักจะบอกต่อๆ กัน

หนึ่งในสูตรอาหารที่ควบคุมน้ำหนักที่ได้ยินบ่อยๆ คือ การงดกินอาหารจำพวกแป้ง หรือคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว ขนมปัง บะหมี่ พาสต้า ถั่วอบแห้ง และผักที่ให้สารอาหารจำพวกแป้ง ได้แก่ มันฝรั่ง ข้าวโพด และ ฟักทอง หรือแม้แต่พวกผลไม้และผลิตภัณฑ์จากนมที่มี ฟรุคโตส และแลคโตส พูดง่ายๆ ว่าหากอยากควบคุมน้ำหนักแล้วก็ไม่มีสิทธิ์ชายตามองอาหารจำพวกแป้งหรืออาหารที่มีรสหวานได้เลย และก็เป็นที่น่าสังเกตว่า มีอาหารลดน้ำหนักหลายสูตรแนะนำให้กินอาหารประเภทโปรตีนหรือเนื้อสัตว์ได้มากเท่าที่อยากกิน แต่ห้ามกินพวกคาร์โบไฮเดรต โดยอ้างว่าการกินอาหารที่ให้โปรตีนสูงจะช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันได้ดีกว่าการกินอาหารที่มีอัตราไขมันต่ำ

อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาเร็วๆ นี้พบว่าการกินอาหารที่เน้นโปรตีน หรือมีไขมันต่ำ ต่างก็ให้ผลสำเร็จในการควบคุมน้ำหนักเหมือนกันหากทานต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี ขณะเดียวกันหากมัวแต่งดกินอาหารพวกแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตอย่างจริงจัง จะก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายดังนี้

- ร่างกายจะขาดวิตามิน บี ซึ่งจะทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานช้าลง

- หากงดกินผลไม้ หรือผักที่ให้สารอาหารประเภทแป้ง จะทำให้ร่างกายขาดใยอาหาร วิตามิน เอ ซี และ อี ซึ่งก่อให้เกิดอาการท้องผูก การมองเห็นตอนกลางคืนไม่ชัด ภูมิต้านทานต่ำ และอาจก่อให้เกิดมะเร็งได้ตามลำดับ

- หากงดดื่มนมจะทำให้กระดูกพรุนเมื่ออายุมากขึ้น เนื่องจากร่างกายขาดแคลเซียม

- การจำกัดอาหารประเภทแป้ง จะทำให้คุณหันไปกินไขมัน โปรตีน และเกลือมากขึ้นซึ่งเสี่ยงทำให้ระดับโคเลสเตอรอลเพิ่มสูงขึ้น โรคไต และความดันโลหิตสูง

ผู้ที่กำลังลดน้ำหนักหรือควบคุมอาหาร ไม่ควรมุ่งลดอาหารจำพวกแป้งอย่างเข้มงวดอีกต่อไป เพราะจริงๆ แล้ว คาร์โบไฮเดรตไม่ได้ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นแต่อย่างใด แต่กลับเป็นพวกไขมันกับน้ำตาลมากกว่าที่เป็นตัวการสำคัญ

ดังนั้นเราควรเลือกกินอาหารที่มีคุณค่า มีสัดส่วนตามธงโภชนาการ นั่นคือกินอาหารจำพวกแป้งเป็นจานหลัก เช่น ขนมปังโฮลวีท ข้าวกล้อง เป็นต้น เพื่อให้พลังงานเพียงพอต่อร่างกาย รวมถึงใยอาหารและวิตามินต่างๆ นอกจากนั้นยังช่วยทำให้อิ่ม ไม่หิวเร็ว และที่สำคัญคือ ไม่กินมากเกินความจำเป็น กินผลไม้และผัก โดยต้องให้ได้ 2- 3 ส่วนของปริมาณอาหารแต่ละวัน เนื่องจากประกอบด้วยวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย ส่วนอาหารประเภทโปรตีนควรทานเนื้อสัตว์ที่มีไขมันไม่มาก เช่น เนื้อปลา อกไก่ กินเต้าหู้ไม่เกิน 12 ช้อนโต๊ะต่อหนึ่งวัน กินผลิตภัณฑ์จากนมเพื่อป้องกันการขาดแคลเซียม ที่สำคัญต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่ให้พลังงานและไขมันมาก เช่น ของทอด มันฝรั่งทอด เค้ก ของหวาน ไอศกรีม น้ำหวานต่างๆ เป็นต้น

ทำไมยาคูลท์ถึงมีแต่แบบขวดเล็ก




หลายคนสงสัยไหมว่าทำไมยาคูลท์ถึงไม่มีขวดใหญ่เลย เพราะคนที่ทานเยอะ เมื่อดื่มแล้วไม่อิ่ม จริงไหม

ยาคูลท์ (Yakult) เป็นเครื่องดื่มคล้ายโยเกิร์ตชนิดหนึ่ง ถูกคิดค้นโดย ศาสตราจารย์ชิโระตะ มิโนะรุ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกียวโต เกิดจากกระบวนการหมักของนมพร่องมันกับน้ำตาลและแบคทีเรียแลกโตบาซิลลัส ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่พบในระบบดูดซึมอาหารของมนุษย์ ซึ่งส่งผลช่วยให้ระบบในร่างกายของมนุษย์ทำงานได้ดีขึ้น ชื่อของยาคูลท์มาจากภาษาเอสเปรันโต คำว่า Jahurto ซึ่งหมายถึงโยเกิร์ต นั่นเอง

โดยปกติธรรมชาติแล้ว จุลินทรีย์ชนิดนี้มีอยู่แล้วตามทางเดินอาหารของคนเรา และเป็นจุลินทรีย์ที่ดีมีประโยชน์ ช่วยทำให้เกิดกระบวนการย่อย และหมักในทางเดินอาหารในส่วนที่ร่างกายของคนเราไม่สามารถจะย่อยได้ จุลินทรีย์กลุ่มนี้จะคอยช่วยเหลือ แต่ถ้ามีจำนวนมากเกินไปก็อาจเป็นอันตรายต่อเราได้เช่นเดียวกัน คืออาจทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ เพราะจุลินทรีย์ผลิตกรดขึ้นมา ซึ่งเป็นผลทำให้ยาคูลท์ผลิตขนาดเดียว คือ 80 ซีซี ที่พอเหมาะกับปริมาณของเชื้อแลคโตบาซิลลัส โดยจะสังเกตข้างขวดที่เขียนไว้ว่า มีปริมาณเชื้อแลคโตบาซิลลัส 8.0x10 ( ยกกำลัง 9 )

ถ้าทำยาคูลท์ให้มีขนาดขวดใหญ่พอ ๆ กับยาคูทล์ 6 ขวดเล็กรวมกันแล้วละก็ คงไม่ดีต่อผู้บริโภคแน่ เพราะจะทำให้ได้รับปริมาณเชื้อแลคโตบาซิลลัสมากเกินพอ หรือถ้าจะทำขนาด 450 ซีซี ขึ้นมาจริงๆ แล้ว ลดปริมาณแลคโตบาซิลลัสลงอาจจะทำได้ แต่เชื่อแน่ว่ารสชาติของยาคูลท์อาจจะเปลี่ยนไปไม่อร่อยเหมือนเคย

และถ้าหากเราทานยาคูลท์วันละ 6 ขวด เพื่อความอร่อยแต่อาจเกิดโทษขึ้นได้ ทานวันล่ะขวดก็เพียงพอแล้ว คนที่ไม่ทานเลยก็ไม่เป็นอะไร เพราะว่าในร่างกายของเรามีจุลินทรีย์ชนิดนี้อยู่เรียบร้อยแล้ว อีกเรื่องที่ควรสังเกต เพื่อความปลอดภัยของผู้ที่บริโภคยาคูลท์ก็คือ อย่าลืมดูวันหมดอายุข้างขาดและเลือกซื้อจากตู้แช่ที่เก็บไว้ใน อุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส เพราะจะทำให้ได้จุลินทรีย์ที่พร้อมจะทำงานให้เราได้ทันที

วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2551

กรุ๊ปเลือดบอกนิสัย


กรุ๊ปเลือด Aนิสัยพื้นฐานของคนกรุ๊ปเลือด A คนกรุ๊ป A เป็นคนที่ค่อนข้างจะรอบคอบุขุมและไว้ตัวนิดๆแต่ไม่ถึงกับหยิ่ง เขาค่อนข้างจะโดดเด่นหรือเป็นหนึ่งอยู่เสมอจนบางครั้งดูเป็นคนที่จริงจังเกินไป พวกเขาจะทำอะไรมักวางแผนการหรือล็อกโปรแกรมเอาไว้ล่วงหน้าเสมอ ไม่ชอบจับแพะชนแกะถึงจะแก้เฉพาะหน้าได้เก่งพอตัวก็เถอะ


สาวกรุ๊ป A ข้อดีของเธอ เป็นคนที่ให้ความร่วมมือกับทุกๆคนเป็นอย่างดีแถมยังเป็นห่วงเป็นใยคนอื่นๆ มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนฝูงความรู้สึกรับผิดชอบก็สูง พูดคำไหนคำนั้นแล้วก็จะพยายามทำจนถึงที่สุด เมื่อเจ้าหล่อนคาดหวังอะไรก็จะค่อยๆทำ ค่อยๆพยายามทำไป ถึงจะค่อยๆทำ แต่ก็ทำจริงและทำอย่างระมัดระวัง นอกจากนี้ยังมีความคิดที่บริสุทธิ์ถ้าเชื่อว่าสิ่งนั้นๆเป็นสิ่งดีก็จะยึดมั่นในความเชื่อนั้นแถมยังไม่หักหลังคนอื่นๆ ข้อเสียเล็กน้อยออกจะเป็นคนโลเลง่ายอยู่สักหน่อย เพราะคิดนั่นคิดนี่ระมัดระวังเกินไป เลยไม่เด็ดขาด ถ้าคิดแต่ในแง่ร้าย ก็อาจกลายเป็นคนเฉื่อยชาได้ จะตัดสินใจแต่ละทีก็ใช้เวลานาน เพราะอ่อนไหวและคิดถึงแต่ผลร้ายมากไป พอคนอื่นพูดในแง่ไม่ดีคุณก็รีบเชื่อเขาทันทีและสรุปว่ามันไม่ดีจริงๆ


หนุ่มกรุ๊ป A ข้อดีของเขา เขาเป็นคนไม่ดื้อรั้น แม้จะเชื่อมั่นในตัวเองก็ยังยอมรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะจาก ผู้คนรอบข้างเอามาไว้ปรับปรุงตัวเอง ถ้าคิดจะทำอะไรเล่นๆกับเขาละก็คิดผิดถนัดเลยทีเดียว เขาเป็นคนเข้าใจอะไรที่ยากๆได้ง่าย ถึงคุณจะนินทาว่าร้ายเขา เขาก็ไม่สนใจ ไม่โกรธ เป็นสุภาพบุรุษ ต่อให้ไม่ชอบใจยังไงก็ไม่ยอมแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาให้เห็น จะคิดให้ดีก่อนพูดก่อนทำจะพึ่งพาอะไรเขาก็ทำให้ น่ารักไหมล่ะหนุ่มเลือดกรุ๊ปนี้ ข้อเสียที่คุณควรรู้เขาเป็นคนลังเลใจมากเกินไป โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับตัวคุณ เขาก็ยังบอกไม่ได้ชัดเจนว่ารู้สึกยังไง ชอบคิดแต่ในทางร้ายๆ เป็นคนไม่ร่าเริง ที่ร้ายหัวดื้อขนาดไม่ยอมคด ไม่ยอมงอทีเดียว ส่วนเรื่องของความรัก คนกรุ๊ปเลือดนี้ก็จะไม่หลงรักใครส่งเดชเหมือนกัน ต้องพิจารณาดูความเหมาะสม และยังวางฟอร์มอีกต่างหาก บางทีคุณอาจจะต้องเป็นฝ่ายเริ่มต้นจีบเขาก่อนก็ได้นะ วิธีชนะใจเขาคือ แสดงความจริงใจและจริงจังเชื่อมั่น รวมทั้งลูกตื๊อที่มีสิทธิ์ทำให้เขาใจอ่อนได้ แต่ต้องพยายามหน่อย...


กรุ๊ปเลือด B นิสัยพื้นฐานของคนกรุ๊ปเลือด B เขาเป็นคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดูก็รู้ว่าไม่เหมือนใครหรือไม่ชอบทำอะไรตามคนอื่นต้องให้ดี กว่าหรือยอดเยี่ยมอยู่เสมอ เพราะมีหัวคิดสร้างสรค์หรือคิดดัดแปลงพลิกแพลงได้เก่ง การที่ไม่ชอบเครียดนักกับสิ่งแวดล้อมทั่วไป ทำให้ดูเหมือนเป็นคนที่มีอุปนิสัยร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ บางทีก็อยากเป็นอิสระไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครเหมือนกัน คงเพราะความเบื่อหรือเซ็งอะไรได้ง่ายๆ


สาวกรุ๊ป B ข้อดีของเธอ เธอเป็นคนที่มีพลังมาก กระฉับกระเฉง ไม่สนใจอุปสรรคเล็กๆน้อยๆ ตั้งหน้าตั้งตาชนกับมัน อยากรู้อยากเห็นในทางที่ดี จึงเป็นคนกระตือรือร้นและมีความคิดความอ่าน คิดในสิ่งที่คนอื่นคิดไม่ถึง สดใสร่าเริง ถึงคนอื่นจะเงียบขรึม แต่รับรองว่าหญิงกรุ๊ป B จะไม่ซึมตามไปด้วย ความมีอารมณ์ และความสดใสของเธอทำให้มีเพื่อนเยอะ คบกับคนได้ทุกประเภทเมื่อเล่นกับใครก็จะหมกมุ่นในการเล่นไม่ทำอะไรครึ่งๆกลางและไม่คิดว่าคนเราจะทำไม่อะไรผิดพลาดแถมยังเป็นคนพึ่งพาได้ ข้อเสียเล็กน้อย เธอจะไม่อดทนเท่าไหร่ เมื่อโกรธหรือไม่พอใจ ชอบชนกับคนอื่น หาเรื่องทะเลาะและต่อต้าน ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า เป็นคนคบยาก เกลียด...ถ้าใครจะมาชี้นิ้วสั่ง แล้วก็เดี๋ยวตื่นเต้น เดี๋ยวสงบราบเรียบ ถ้าไม่พอใจอะไรก็จะไม่อยากทำ


หนุ่มกรุ๊ป B ข้อดีของเขา เป็นคนที่ไว้ใจได้ น่าเชื่อถือในทุกๆเรื่อง ชอบสิ่งแปลกใหม่ สนใจในสิ่งต่างๆมีความฝัน และความหวังอันยิ่งใหญ่กล้าแข็ง ถ้าตัดสินใจทำอะไรแล้วล่ะก็จะทำให้ถึงที่สุด กล้าได้กล้าเสีย กล้าเสี่ยงอันตราย กล่าวได้ว่ามาดแมนหรือมีความเป็นผู้ชายอยู่เต็มตัว ข้อเสียนิดหน่อย ถ้าเขาไม่พอใจอะไรขึ้นมาล่ะก้อทะเลาะกันได้ทุกเมื่อ แถมยังแสดงออกทั้งทางสีหน้า และคำพูดซะด้วยยิ่งกว่านั้นยังเจ้าอารมณ์และเพราะว่าเป็นคนสนใจในสิ่งโน้นสิ่งนี้ บางครั้งจึงชอบทำอะไรครึ่งๆกลางๆ บางทีเขาก็ขาดความรอบคอบไปนิดแบบว่าชอบแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่เตรียมการหรือล็อกโปรแกรมเอาไว้ล่วงหน้า นอกจากนั้นอารมณ์ยังไม่แน่นอนอีกด้วย ความรักของเขาเกิดได้ยากหน่อย แม้จะมีคนมารุมตอมแต่เมื่อรักใครแล้วก็จะพัวพันไม่ยอกเลิกราง่ายๆ บางครั้งโกรธเขาขึ้นมากลับทำท่าจะผลักไสไล่ส่งไปให้พ้นๆซะอีก การเอาชนะใจคนกรุ๊ปนี้ต้องดูสถานการณ์และหาข้อมูลใหม่ๆประกอบอยู่เสมอ


กรุ๊ปเลือด ABนิสัยพื้นฐานของคนกรุ๊ปเลือด ABชาวกรุ๊ปเลือดนี้สามารถเข้ากับคนอื่นได้ดี ไม่ว่าจะเป็นซ้ายหรือขวาเพราะไม่ค่อยจะเคร่งครัดมากเรื่องเท่าไหร่นักและมีความเป็นมิตรกับคนทั่วไป ยากที่จะหาคนที่เป็นนักเลงโตหรือห้าวจนเกินตัวนอกจากจะถูกแหย่ก่อนนั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ความยุติธรรมอยู่ในตัวพอสมควรจึงได้รับความไว้วางใจแต่การคิดช่วยเหลือผู้อื่นบางทีก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควร เนื่องจากไม่เป็นคนที่เด็ดขาด บางทีก็เข้าเนื้อตัวเองด้วย


สาวกรุ๊ป AB ข้อดีของเธอ ว่ากันว่าคนกรุ๊ปเลือด AB เป็นคนซับซ้อน มีลักษณะนิสัยหลายๆอย่างปะปนกัน มีทั้งลักษณะพิเศษของคนกรุ๊ป A และกรุ๊ป B รวมกัน แต่เนื่องจากเป็นคนที่มีลักษณะหลายๆอย่างรวมกัน จึงกลายเป็นคนเก่งไปทุกเรื่องและอ่านใจคนออกบางทีไอ้ความปรู๊ดปร๊าดของตนก็ทำให้คนรอบๆข้างงงงวยไปเหมือนกัน สมองเร็วพูดจาตอบโต้ฉะฉาน รู้จักจัดการกับคนและมีความสงบเยือกเย็น ไม่ว่าจะพูดคุยกับใคร ก็จับใจอีกฝ่ายหนึ่งถูก นับเป็นเสน่ห์ที่น่าพิศวงข้อเสียเล็กน้อย บางทีตัวเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนคุณน่ะ ไม่รู้ว่าอะไรคือความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง นั่นเป็นเพราะว่าในใจของคนกรุ๊ป AB มีอะไรมากมายซ่อนอยู่ อยากทำอะไรหลายๆอย่างพร้อมกัน สรุปเลยไม่ทำอะไรซักอย่าง เรื่องการคบเพื่อนก็เหมือนกัน ไม่รู้ว่าคุณจะเอายังไงแน่ เลยถูกคนอื่นเข้าใจผิดบ่อยๆ


หนุ่มกรุ๊ป ABข้อดีของเขา เขาเป็นคนเก่ง สมองก็เข้าใจอะไรง่ายๆ รู้ไปซะทุกเรื่อง ไม่ค่อยพูดมาก แต่จะคิดให้ดีก่อนแล้วค่อยตอบเป็นคนฉลาดหัวดีต่างจากคนอื่นแต่ก็ไม่โอ้อวด มีความรับผิดชอบ พูดคำไหนคำนั้น เมื่ออยู่ในห้องมักเป็นหัวหน้าชั้นด้วยสิ ข้อเสียที่เขามี หนุ่มกรุ๊ป AB จะมีความภาคภูมิใจในตัวเองสูง จึงไม่ค่อยยอมรับความคิดเห็นของคนอื่นค่อนข้างอยากเด่น เลยทำให้คนอื่นโกรธได้ จุดสำคัญคือต้องชมความมีเสน่ห์ของเขาเกี่ยวกับความฉลาด เรื่องความรักของเขาดูเหมือนจะมีข้อดีตรงที่ไม่เฟี้ยวฟ้าวหรือมากรักหลายใจนัก จึงไม่ค่อยเกิดปัญหาเป็นรักที่เรียบง่ายการเริ่มต้นอาจต้องใช้ระยะเวลาบ้าง แต่หลังจากนั้นก็จะดำเนินไปได้ด้วยดี บางทีความเรื่อยเฉื่อย เย็นชา อาจทำให้เสียโอกาสดีๆไป หากไม่ทำตัวให้กระตือรือร้นรู้จักไขว่คว้าเอาไว้บ้าง ถ้าอยากเอาชนะใจเขา คือต้องเดินแต้มซ้ำๆแต่มั่นคงอย่าทำเป็นนักรักตัวฉกาจหรือมาดวอกแวกให้เขาเห็นทีเดียวเชียวนะ


กรุ๊ปเลือด Oนิสัยพื้นฐานของคนกรุ๊ปเลือด O คนกรุ๊ปเลือด O ไม่กลัวอุปสรรคไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามโดยเฉพาะด้านความรักล่ะก็เป็นได้สู้หัวชนฝา เหนื่อยหน่อยนะถ้าคนอื่นคิดจะสู้คนเลือดกรุ๊ปนี้ พวกเขาเป็นคนที่มีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น กล้าคิดกล้าทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อว่าถูกต้อง แต่บางทีก็ดูเหมือนจะรั้นหรือเอาแต่ใจตัวเองมากเกินไปสักนิด หากรู้จักยั้งใจฟังคนอื่นบ้างก็จะดี


สาวกรุ๊ป O ข้อดีของเจ้าหล่อน เธอใจกล้ามากเลย มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น สังเกตผู้คนรอบข้างและทำให้คนอื่นมีอารมณ์ดี ถ้าใครทำอะไรไม่ดีก็ให้อภัยเป็นคนดี๊..คนดี คนกรุ๊ปO ถือว่าเป็นคนที่มีเพลงอยู่ในหัวใจ ดังนั้นจึงให้ความสำคัญกับอารมณ์และความมีอารมณ์ขันก็ถือเป็นลักษณะพิเศษของคนกรุ๊ปOโดยเฉพาะควมอ่อนน้อมที่มี เป็นคนที่ชื่นชอบของคนอื่นๆ นับได้ว่าคนกรุ๊ป O เหมาะที่เราจะคบเป็นเพื่อนมากที่สุดในจำนวนกรุ๊ปเลือดทั้ง 4 ข้อเสียเล็กน้อย เวลาจะทำอะไรเธอไม่ค่อยคิดก่อน ชอบทำเลย จึงมักเสียใจภายหลังว่า "ไม่น่าพูดอย่างนั้นเลย" ไม่ก็ "ไม่ได้ตั้งใจจะทำอย่างนั้นเลยนะเนี่ย" และเป็นส่วนที่ทำให้เสียเปรียบแถมยังปฏิเสธคนไม่เป็นอีกอาจเป็นเพราะว่าเป็นคนใจกว้างก็ได้


หนุ่มกรุ๊ป O เขาเป็นคนเก่งที่จะทำให้ทุกคนเบิกบาน สร้างบรรยากาศสนุกสนาน ติดตามผลงานของตัวเองที่ผู้คนรอบข้างวานให้ทำ ให้ความสำคัญกับเพื่อนๆมาก นานๆจึงจะเห็นเขาทำหน้าเบ้ ไม่โกรธใครง่ายๆ นอกจากนี้คนกรุ๊ป O ยังเก่งที่จะดึงจุดดีของคนอื่นออกมาอีกด้วย ข้อเสียที่เขามีบ้าง เป็นคนที่ชอบทำอะไรฝืนใจตัวเองเพราะไม่อยากให้คนอื่นเกลียดบางทีเลยดูเป็นคนประจบประแจงเก่ง แถมหลายๆครั้งยังทำอะไรลงไปโดยไม่ทันคิดจนเป็นผลเสียทีหลัง ความรักของเขาไม่ชอบทำเป็นเรื่องเล่นๆแต่ต้องจริงจังจริงใจมั่นคงแล้วถ้าลองเขาชอบใครล่ะก็มักไม่สนว่ามีแฟนอยู่แล้วหรือยังซึ่งน่าจะยังยั้งใจไว้บ้าง ถึงจะมุ่งมั่นในเรื่องความรักแต่ก็แยกแยะได้ถูกในเรื่องอื่นๆจึงไม่คิดที่จะเอามาปนกันนับว่ามีสมองและใช้มันได้คุ้มเสียด้วยการเอาชนะเขา อย่าใช้วิธีอื่น นอกจากจะทำให้เขายอมรับคุณไปเอง ไม่อย่างนั้นต้องลุ้นกันต่อไปเรื่อยๆ